2007/Feb/02

เมื่อวานตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะต้องรีบไปโรงพยาบาล อาบน้ำด้วยความรวดเร็ว หนาวโครต ก่อนออกจากบ้านไม่ลืมที่จะหยิบหนังสือติดมือไปสักเล่ม ท้องฟ้ายังมืดอยู่เลย เดินออกจากบ้านในขณะที่ทุกคนในบ้านยังหลับสบายกันอยู่ อารมณ์เหมือนเด็กหนีออกจากบ้าน วันนี้อากาศหนาว แถมลมพัดแรงอีกต่างหาก ขึ้นรถปุ๊บ ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว รถติด ลุ้นอยู่ว่าจะไปทันไหม? แอบหลับบนรถ แต่ก็ต้องตื่นเพราะคนขับรถ ทะเลาะกับคนขับรถเมล์เล็กเสียงค่อนข้างดัง สุดท้ายก็เคลียร์กันได้ มาถึงโรงพยาบาล เกือบ 7 โมง นี่ขนาดบ้านไม่ไกลจากโรงพยาบาล รีบสุด ๆ ไปถึงโถงชั้นล่าง แล้วต้องทำไงหว่า ลืมไปเพราะไม่ได้มานานแล้ว เดินไปถามอาสาสมัคร ใจดีมาก แนะนำอย่างดี เสร็จกระบวนการ เดินไปซื้อนมกาแฟ 1 ขวดและ พาย 1 ชิ้นแล้วขึ้นลิฟท์ไปยังจุดหมายอยู่ชั้น 11

.

.

วันนี้ ผู้ป่วยไม่ค่อยเยอะ ต่างนั่งรอการเรียกชื่อจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เราเลือกที่นั่งหลัง ๆ หน่อย จะได้พึ่งพาความสว่างของแสงอาทิตย์ในการอ่านหนังสือ คงจะยังเช้าอยู่เพราะมองไปที่แผนกจ่ายยา ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานเลยสักคน นั่งดื่มนมและมองผู้คนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ บางคนต้องนั่งรถเข็น บางคนต้องนอนรอบนเตียง มาโรงพยาบาลทีไร ปลงทุกที ชีวิตขอแค่ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็พอแล้ว หยิบหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้เมื่อคืน มาอ่านต่อ ก็ได้ยินเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแนะนำขั้นตอนปฏิบัติผ่านไมค์ เสียงดัง ฟังชัด เลยตั้งใจฟังซะหน่อย จริง ๆ มาใช้บริการบ่อย จนรู้หมดแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็กลับสู่โลกที่อยู่หลังหนังสือ จนได้ยินเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ จึงไปทำตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำไว้

.

.

วันนี้ คุณหมอให้ทดสอบปริมาณน้ำตา ทำตามคำสั่งแต่โดยดี มันต้องทำยังไงล่ะ แล้วก็พาตัวเองมาอยุ่ห้องปฏิบัติการพยาบาล พยาบาลให้นั่งจมอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง มีนักศึำกษาแพทย์ นั่งอ่านหนังสืออยู่ และมีพยาบาลประจำอยู่อีก 2 คน มีคุณลุงนั่งหลับตาอยู่ข้าง ๆ นักศึกษาแพทย์ พยาบาลอธิบายวิธีทดสอบเรียบร้อย เริ่มด้วยหยอดยาชา จะแสบนิด ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ให้ยาชาออกฤทธิ์ ผ่านไปหลายนาที เริ่มรู้สึกถึงฤทธิ์ยา เหมือนใครเอากาวมาหยอดตาไว้ อาการคล้ายอวัยวะอื่น ๆ ที่โดนยาชา จะให้ความรู้สึกว่าอวัยวะนั้น ไม่ได้เป็นของเราอีกต่อไป

.

.

ติ๊ด ๆ ๆๆๆ เสียงนาฬิกาที่จับเวลาไว้ดังขึ้น พยาบาลเดินมาพร้อมอุปกรณ์แปลก ๆ (รู้สึกเหมือนหนูทดลอง) ต่อไปคือการเอาสารเรืองแสงหยอดลงไปที่ตาทั้งสองข้าง แล้วทิ้งไว้ 10 นาที แน่นอนพยาบาลไม่ลืมที่จะตั้งจับเวลา คราวนี้พยาบาลให้นั่งหลับตา ดีเลยค่ะ ตั้ง 10 นาที เสียงวิทยุคลื่นกรีนเวฟที่เปิดอยู่ เสียงนักศึกษาแพทย์พลิกหน้ากระดาษ เสียงพยาบาลคุยกัน เสียงคนเปิดประตู เสียงฝีเท้าเดินไปเดินมา ผลัดกันเข้าสู่โสตประสาทหู สักพักก็มีการเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ พยาบาลคนเดิมกำลังเตรียมการสำหรับขั้นตอนต่อไป

.

.

เสียงนาฬิกาจับเวลาดังขึ้นอีกครั้ง พยาบาลนำกระดาษสีขาวเป็นเส้นเล็ก ๆ ขนาด 0.5 X 5 เซนติเมตร พับปลายเล็กน้อยพร้อมสารเคมีอะไรบางอย่างตรงปลายที่พับ มาวางไว้ที่หางตา แล้วให้หลับตาต่ออีก 1 นาที จึงเอาออกไปแปะไว้กับการ์ดสีชมพู แล้วให้นั่งรอต่อไป อีก 10 นาที เสียงเพลงยังคงมีอยู่ มีคนไข้เข้ามาทดสอบตาบอดสี นึกว่าให้อ่านตัวเลขอย่างที่เคยทดสอบทั่วไป แต่อันนี้ เป็นอุปกรณ์ทดสอบ มีจอคอมฯ และมีวัสดุกลม ๆ ทำจากไม้ ทาสีแดง สีเขียว เต็มไปหมด แต่มองไม่ถนัดว่าต้องทดสอบอย่างไร

.

.

พยาบาลกลับมาอีกครั้ง เอากระดาษมาทดสอบเหมือนที่ทำครั้งแรก แล้วเอากระดาษที่ไ้ด้ไปแปะการ์ดสีชมพูเหมือนเดิม แน่นอน ต้องนั่งรอต่อไปอีก 10 นาที มาถึงการทดสอบครั้งสุดท้าย ทำเหมือนเดิม คือเอากระดาษพับปลาย มาแปะไว้ที่หางตาแล้วให้หลับตา พยาบาลเอา Cutton bud จุ่มสารเคมีตัวเดิม และเตือนว่า ถ้ารู้สึกว่าฉุน หรือจะจามให้บอกนะค่ะ แล้วแหย่เข้าไปในรูจมูกทั้งสอง คุณพยาบาลค่ะ มันจั๊กกะจี้มาก ๆ เราขำกร๊ากไปหนึ่งรอบ จั๊กกะจี้มาก ๆ พยาบาลพยายามอีกครั้ง เราขำจนน้ำตาไหลพราก ๆ จนครั้งสุดท้าย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เอาการดาษที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำตาแห่งความขำแปะลงไปในการ์ดสีชมพู แล้วให้เดินกลับไปอวดคุณหมอ

.

.

สรุปก็ืคือ ดวงตาผลิตน้ำตาได้ค่อนข้างน้อย คุณหมอจึงสั่งน้ำตาเทียมให้เอาไปหยอดเป็นประจำ ซึ่งก็คือเหตุผลที่มาโรงพยาบาลวันนี้นั่นเอง เล่าให้ฟังเพราะคงไม่มีใครได้ทดสอบอะไรประมาณนี้หรอก เป็น ความสนุกของคนป่วย อย่างเรา

.

.

เพลง Happiness is ศิลปิน Modern Dog

Comment

Comment:

Tweet


พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ
http://clubrot.com/
#10 by เที่ยวไทย At 2007-09-06 08:08,
ป่วยเป็นหวัด ไม่สนุกเลย
#9 by inexist At 2007-02-11 20:43,
อ่านไปเตรียมจะซีเรียสเต็มที่
แล้วก็อ้าว ... มีอย่างงี๊ด้วยเหรอ

ผลิตน้ำตาได้น้อย...อืม... น่าสนฝจมาก
เอางี๊
เราแบ่งให้มะ มีเหลือเฟือเลย

แปลกดีจัง ตอนแรกเรานึกว่าพิมพ์ผิด อ่านไปเรื่อยๆ อ้าว
ทดสอบปริมาณน้ำตาจริงๆ
#7 by แมงปอ At 2007-02-08 14:57,
เพื่อนเราก็เป็นโรคนี้
#6 by s i n At 2007-02-06 22:52,
ตอนเเรกอ่านๆ นึกว่าเป็นตาเเดง หรือตาอักเสบอะไรประมานนี้ พึ่งจะรู้ว่าเค้าทดสอบปริมานนำตากันเช่นนี้นี่เอง

คือเรื่องตาเนี่ย เรากลัวมากเลย เคยเป็นตากุ้งยิงทีนึงเเล้วต้องๆปกรีดเอาหนองออก คุณหมอฉีดยาชาให้เเล้วเราก็เข้าใจเลยทีเดียวว่าไออวัยยวะของเราไม่ใช่ของเราอีกต่อไมนเปนยังไง จำได้ว่าออกมาจากห้องหมอ เราเอานิ้วเคาะๆ เเถวๆรอบๆตา โอ้โห เหมือนกับเคาะสังกะสี ได้ยินเสียงดังกึกๆ เเต่ไม่รู่สึกอะไรเลย -"-
#5 by photograph At 2007-02-03 01:55,
วันนี้เราทานข้าวกลางวันด้วยกัน
กีสสส
#4 by น้ำเงินเจือขาว At 2007-02-02 23:28,
เป็นโรคเดียวกับน้องสาวเลย
สาวน้ำตาน้อย
สาวน้อยร้อยน้ำตา
#3 by 7 days ago At 2007-02-02 21:12,
ป่วยแบบสนุกๆๆ
เอ๊ยังไง ล่ะนี่
#2 by nomorebrain At 2007-02-02 19:25,
ท่าทางภูมิใจเนอะ
#1 by Grëêñßåÿgøñ™ At 2007-02-02 19:12,

Yuri Gagarin
View full profile